MBA Vocab for newbie
posted on 13 Feb 2008 22:07 by agirlsmba
MBA
ความหมายที่ 1 Master of Business Administration
ปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจ ที่คนที่มาจากการศึกษาหลายๆแบบอยากเรียน
MBA เกิดในอเมริกา ประมาณปลายๆ คศ 19XX เพราะว่าประเทศเริ่มจะเป็นอุตสาหกรรมมากขึ้น และบริษัทต่างๆก็หาทางที่จะบริหารจัดการค่ะ ปริญญาโทสาขานี้จึงเป็นที่นิยมมากๆไปทั่วโลกเลย
นอกจากนี้ยังมีองค์กรต่างๆ เกิดขึ้นเพื่อที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับคุณภาพของการเรียนการสอนเกี่ยวกับการจัดการธุรกิจด้วย ซึ่งจะผ่านทางการจัดอันดับ มีการแบ่งตามสาขา และแบ่งเป็นแบบ Full-Time, Part-Time, executive และ distance learningด้วย องค์กรเหล่านี้ก็คือพวก Business Week, US News & World Report, Fortune, Financial Times และ Wall Street Journal ซึ่ง ranking นี่ก็มีผลต่อชื่อเสียงโรงเรียนด้วย (ใครๆก็อยากเรียนที่ที่อันดับสูงๆ จริงไหมคะ)
(เอามาจาก Wikipedia)
MBA ความหมายที่ 2 Married But Available
GMAT = Graduate Management Admission Test
ประกอบไปด้วย Analytical writing+Quantitative+Verbal มีคะแนนเต็ม 800 คะแนน ในส่วน Verbal + Quantitative และ writng เต็ม 6.0
ถ้าสอบได้เต็มจะห้ามสอบอีกภายใน 5 ปี (อยากถูกห้ามสอบแบบนี้จัง ^^)สอบแต่ละครั้งต้องห่างกัน 1 เดือน (สงสัยข้อสอบชุดเดียวกัน?)
เวลาสอบทั้งหมด ประมาณ 4 ชั่วโมง (เอาข้าวไปเตรียมกินได้)
ถ้าจะเรียน MBA USA ต้องสอบ!
TOEFL = Test of English as a Foreign Language สอบวัดระดับภาษาอังกฤษ
แบบ internet คะแนนเต็ม 120มี 4 ส่วน คือ Reading, Listening, Speaking และ Writing
แต่ละส่วนจะคะแนนเท่ากันที่ 30 คะแนน โ
รงเรียนจะบอกว่า we have no minimum TOEFL score แต่จริงๆแล้วควรมากกว่า 100 นะคะ ^^
ยิ่งถ้าทำคะแนน GMAT ส่วน verbal ได้ไม่ค่อยดี การได้คะแนน TOEFL สูงๆก็สามารถเป็นข้อแก้ตัวให้เราได้ว่า เราสามารถมีส่วนร่วมในห้องเรียนได้นะเฟ้ยยยย เค้าฟัง พูด อ่าน เขียน รู้เรื่องน๊า
Adcom = Admission Committee
คนที่เป็นคณะกรรมการตัดสินใบสมัครของเราค่ะ
ถ้าเรามีข้อสงสัยเกี่ยวกับการสมัครทุกเรื่อง เมลไปถามเค้าได้ ส่วนใหญ่ไม่เกินวันนึงจะตอบนะ เร็วดีค่ะ
A = Accept ได้รับการเข้าเรียนค่ะ ใครๆก็อยากได้คำนี้จาก Adcom ^^
WL = Wait List ชุมชนแห่งการรอคอย อันแสนทรมาน
Ding = Denial of admittance ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมฝรั่งมันเรียกว่า ding แต่คำนี้แปลว่า มหาลัยมันไม่รับเราค่ะ ถ้าเจอคำนี้คงจะเสียเซลฟ์มากๆ
WE = Work Experience ประสบการณ์การทำงาน
Stat = GPA/GMAT/ WE/ Place ในบอร์ด MBA ชอบถามกันค่ะ บอกก็ได้ ไม่บอกก็ไม่มีใครว่าอะไร
Accepted Rate = % การตอบรับเข้าเรียนจากผู้สมัครเรียน ถ้า 50% แปลว่า โรงเรียนส่ง จดหมายรับเข้าเรียนไป 100 คน 50 คนตอบรับค่ะ ยิ่งเรทต่ำเท่าไหร่ โอกาสของพวก WL จะสูงค่ะ ^^
Interview Rate = % ที่มหาลัยสัมภาษณ์ ที่อื่นไม่รู้แต่ NYU 20-30% ค่ะ (และจาก 20-30% นั้น ประมาณ 70% เค้าจะรับค่ะ - Business Week forum)
Phone Interview = สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ แบบว่าเสี่ยงต่อการผิดพลาดค่ะ เพราะไม่ได้ใช้สายตา และท่าทางเป็นอาวุธพิชิตใจ คณะกรรมการ
Alumni =ศิษย์เก่า ผู้หญิง ผู้ชาย หรือ ...ก็ได้
Alumna = ศิษย์เก่าผู้หญิง
Alumnus = ศิษย์เก่าผู้ชาย
HBS = Havard Business School ^o^
Ding List = รายชื่อที่โดนทอดทิ้งให้ช้ำใจเล่น
Rolling process = การสมัครพิจรณาแบบ FIFO ใครมาก่อนดูก่อนมาหลังดูทีหลัง ถ้าส่งเดือนนึงก่อน deadline กับวันสุดท้าย คนส่งช้าอาจจะรู้ผล หรือ ถูกรับเลิญให้ไปสัมภาษณ์ช้ากว่านะ ^^
MS VS MBA
ส่วนใหญ่ MS จะไม่บังคับว่าต้องมีประสบการณ์ก่อนถึงจะเรียนได้ แต่ MBA ต้องมีค่ะ ยิ่งถ้ามีประสบการณ์เป็นผู้จัดการด้วยยิ่งจะได้รับการพิจรณาเป็นพิเศษ ^^
สิ่งที่ต่างกันคือ บรรยากาศห้องเรียนของ MBA นักเรียนจะมีประสบการณ์มาแล้วอย่างโชกโชนค่ะ
ท่านๆที่ทำงานคงรู้ว่าโลกแห่งการทำงานนั้น มันต่างจากความรู้ที่ได้จากห้องเรียนสมัยเรียนเลยใช่ไหมหล่ะคะ คนที่ทำงานมาจะมีความรู้ รวมถึงชั้นเชิงเอาตัวรอด ประสบการณ์จากการตัดสินใจมากกว่าที่นักศึกษาเพิ่งจบไม่มีค่ะ ได้เรียนกับคนที่ทำงานมาแล้วเป็นการเปิดโลกทัศน์ของเราไปอีกขั้นหนึ่งเลยหล่ะ ^^
BW forum = Business Week Forum
เป็นบอร์ดของ Business Week ที่ฝรั่งอเมริกันทั้งหลายชอบเข้าไปคุยกันค่ะ (เราชอบเข้าไปแอบอ่าน)
ว่าด้วยเรื่องสมัครที่ไหนดี จัดอันดับเป็นยังไง คะแนนเท่านี้พอจะเข้ามหาลัยนี้ได้ไหม
รวมไปถึงช่วงเปิดรับสมัคร ที่จะคึกคักเป็นพิเศษ เราจะเจอเพื่อนร่วมชะตากรรมเป็นร้อยๆ มาอัพเดทกันว่าใบสมัครที่ยื่นไป ไปถึงไหนแล้ว ได้ข่าวอะไรมาบ้างหรือยัง รวมไปถึง ผลว่าใครได้ อะไรเลยหล่ะค่ะ เจ๋งเนอะ
ตอนเรางงๆ กับใบสมัคร UCLA ว่าทำไม สถานะมันแปลกๆ ก็ได้อาศัยเข้าไปอ่านบอร์ดนี้แหละค่ะ ถึงรู้ว่า เรายังมีเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกันอีกเป็นสิบ ฮิฮิฮิ
ไปบอร์ดนี้ดูที่ลิ้งค่ะ